. . เ ก้ า อี้ ตั ว ใ ห ม่ & อ า ห า ร เ ส ริ ม เ บ บี๋ . .

บล็อกนี้คงจะยาวหน่อยเพราะอัพทีสองเรื่องเลย คือ เรื่องเก้าอี้ตัวใหม่ของ Janice และก็เรื่องอาหารเสริมที่มี๊ไปค้นคว้าหาข้อมูลมาเพื่อเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ อาจจะโหลดช้าหน่อยนะคะเพราะรูปเยอะ ^^


ส่วนคลิป Janice ตอนนั่งเก้าอี้ตัวใหม่ขอยกยอดเป็นบล็อกหน้าแล้วกันค่ะ กลัวมันโหลดไม่ขึ้นเพราะรูปก็เยอะ เนื้อหาก็เยอะ (ที่สำคัญยังไม่ได้อัพไฟล์ขึ้นเวบเลยง่ะค่ะ แหะๆ)

– – เกาอี้ตัวใหม่ – –
เมื่อวันอาทิตย์พอดีเป็นวันเกิดคุณปู่ ที่บ้านก็เลยพากันไปทานข้าวที่พารากอน มี๊ก็เลยชวนแด๊ดไปเดินดูเก้าอี้ให้หนู เพราะพักหลังๆ หนูชอบนั่งมากกว่านอน แล้วมี๊กังวลว่าถ้าจับให้หนูนั่งโดยไม่มีอะไรยันหลังจะทำให้กระดูกโค้งได้ หลังทานข้าวเสร็จแล้วก็เลยไปเดินดูของใช้เด็กกัน ความจริงแด๊ดติดงานก็เลยตามมาทีหลัง ไม่ทันได้ทานข้าวด้วยกันหรอก มี๊เดินดูเก้าอี้กับคุณอาและก็คุณปู่คุณย่า ติดใจเก้าอี้อยู่สองตัว ตัวหนึ่งของ cool kids อีกตัวของ chicco แต่ก็รอให้แด๊ดมาช่วยเลือก (มี๊กลัวเลือกแล้วแด๊ดจะมาบ่นทีหลังน่ะ เลยให้เขาเลือกดีกว่า)

สรุปก็ได้ตัวนี้มา…


เก้าอี้ตัวนี้เป็นของ cool kids มีตุ๊กตาให้หนูได้เล่น มีเพลงและระบบสั่นด้วย แถมยังลดตั้ง 20% จาก 2,9xx.- เหลือ 2,3xx.- (ราคาเท่า chicco เลย แต่ chicco ไม่มีอะไรเลย)



นอกจากเรื่องเก้าอี้ใหม่แล้วมีอีกสองเรื่องที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกัน เรื่องแรกคือ…เมื่อวันจันทร์ (16-06-51) หนูพลิกจากท่านอนหงายเป็นนอนคว่ำด้วยล่ะ เหตุเกิดเพราะหนูไล่งับมือตัวเองเมามันไปหน่อย แถมพอคว่ำได้ก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อเลยร้องซะงั้น มี๊ก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าหนูคว่ำได้แล้วหรือเปล่า แต่ก็วิ่งไปเอาขันเงินใส่น้ำมาวางบนหลังแล้วพูดอะไรเท่าที่นึกออก (แต่ตอนนั้นมันนึกไม่ออกแฮะ) –> เลียนแบบมี๊บัวนะนี่ อิอิ ครั้นมี๊จะปล่อยให้หนูพลิกจากคว่ำเป็นหงายเอง มี๊ว่าคงต้องรอนานล่ะ มี๊เลยจัดการพลิกให้เสร็จสรรพ แค่นั้นหนูก็หน้ามุ่ยจะตายแระ (ทำเองแท้ๆ) แล้วพออีกเดี๋ยว หนูก็พลิกอีก…เฮ้อออ!!!

แล้วมาเมื่อวาน…วันอังคาร (17-06-51) หนูก็หัวเราะให้มี๊ได้ยินเป็นครั้งแรก มี๊กำลังเล่นกับหนู จับแก้มกลมๆ แน่นๆ ของหนูบีบเบาๆ หนูก็ชอบอกชอบใจยิ้มใหญ๋ แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากเบาๆ ครั้งแรกมี๊นึกว่าหูฝาด ก็ลองทำแบบเดิมอีกครั้ง หนูก็หัวเราะอีก คราวนี้มี๊หูไม่ฝาดแน่นอน

หนูหัวเราะจริงๆ ด้วย เสียงน่ารักมากๆ เลยลูก…มี๊อยากได้ยินอีกจังเลย เสียดายว่าหลังจากเมื่อวานหนูก็ไม่ยอมหัวเราะให้ได้ยินอีกเลยง่ะ ฮือๆๆ



– – อาหารเสริมเบบี๋ – –
ความจริงยังมีเวลาอีกหลายเดือนกว่าที่ลูกจะกินอาหารเสริม แต่มี๊เป็นประเภทพวกตื่นเต้นเกินเหตุ หลังจากเปิดตำราอาหารเด็กสารพัดที่ซื้อมาตุนไว้แล้วงงกับข้อมูลที่ไม่เหมือนกันสักเล่ม ก็เลยใช้วิธีเสิร์ชหาเอา ที่มี๊กระตือรือร้นกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ ก็เพราะอยากให้หนูได้รับสิ่งดีๆ ในเมื่อมี๊ไม่มีโอกาสได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่จนครบหกเดือนอย่างคนอื่น ก็ขอให้มี๊ได้เป็นคนลงมือทำอาหารเสริมให้หนูด้วยตัวเองเถอะ


ตำลึงที่คุณยายปลูกไว้ให้เผื่อสำหรับตอนหนูเริ่มหม่ำ

ปกติมี๊ก็ชอบทำอาหาร-ขนมอยู่แล้ว เรื่องทำอาหารให้ลูกนี่เป็นหนึ่งในความฝันเลย ตอนนี้หนูเพิ่งจะสามเดือนกับอีกสองอาทิตย์ อีกตั้งสองเดือนกว่าๆ หนูถึงจะหม่ำอาหารเสริมได้ แต่มี๊ก็รีบหาข้อมูลรอไว้ก่อน
มาดูกันดีกว่าว่ามี๊ได้อะไรมาบ้าง…


อาหารเสริมกับเบบี๋

  • ควรให้เบบี๋ได้เรียนรู้รสชาติอาหารทีละอย่าง และเป็นรสชาติอาหารแท้ๆ ไม่ปรุงรสใดๆ เหตุผลหนึ่งก็เพราะระบบย่อยอาหารของเบบี๋ยังไม่สมบูรณ์ ถ้าเราปรุงรสอาหารระบบย่อยและไตก็ต้องทำงานหนักขึ้น อีกอย่างเบบี๋ยังไม่รู้จักรสชาติใดๆ นอกจากรสนมแม่ จึงควรให้เขาค่อยๆ เคยชินกับรสชาติอาหารแปลกใหม่
  • วิธีการปรุงอาหารสำหรับเบบี๋มีหลักง่ายๆ คือ นึ่ง (วิธีนี้ดีที่สุดเพราะจะคงคุณค่าสารอาหารครบถ้วน แถมน้ำที่ได้จากการนึ่งก็สามารถนำไปใช้แทนน้ำซุปได้ แต่มีผักบางชนิดที่ยกเว้นนะคะ เดี๋ยวจะบอกต่อไป) หรือบางคนอาจจะใช้วิธีอบก็ได้ค่ะ ผัก ผลไม้บางชนิดเมื่ออบแล้วรสชาติจะดีกว่าปรุงด้วยวิธีอื่นๆ เช่น แพร์ แอปเปิ้ล พีช เป็นต้น เมื่อนึ่งเสร็จแล้วก็นำมาบด จะบดโดยใช้เครื่องปั่น เครื่องผสมอาหาร หรือใช้มือก็ได้ สำหรับเบบี๋ที่เพิ่งหัดหม่ำใหม่ๆ ควรจะนำอาหารที่บดแล้วมากรองผ่านกระชอนอีกครั้งเพื่อให้ได้อาหารที่เนื้อละเอียด เหลว กลืนง่าย แต่…ที่สำคัญที่สุดคือ ก่อนจะปรุงอาหารนั้น เครื่องปรุงทุกอย่างควรจะล้างให้สะอาดนะคะ โดยเฉพาะผักผลไม้ทั้งหลาย
    ควรเริ่มให้เบบี๋ทีละน้อย แรกๆ เตรียมอาหารแค่ 1 ช้อนโต๊ะก็พอ ถ้าเบบี๋ไม่กินก็อย่าเพิ่งท้อเพราะการหม่ำอาหารแบบนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับเขา โลกแห่งการเรียนรู้ต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าไปยัดเยียดหรือแสดงความไม่พอใจออกไป เบบี๋จะขยาดและพาลไม่อยากเรียนรู้ได้ค่ะ (อย่าลืมว่าเด็กๆ จำง่ายนะคะ ถึงเขาจะพูดไม่ได้ แต่สมองเขาซึมซับดียิ่งกว่าฟองน้ำเสียอีก)เคยอ่านเจอว่าพ่อแม่ฝรั่งบางคนใช้มือหรือนิ้วตัวเองต่างช้อน โดยล้างมือให้สะอาดแล้วแตะอาหารทีละน้อย จากนั้นจึงไปแตะที่ปากลูก เพราะเชื่อว่าการเริ่มอะไรใหม่ๆ ทีละหลายอย่างจะทำให้เบบี๋สับสน ไหนจะเริ่มหม่ำอาหารมื้อแรก ไหนจะต้องเรียนรู้การหม่ำโดยใช้ช้อน
  • อาหารเสริมชนิดแรกที่ควรแนะนำให้ลูกลองหม่ำ คือ ข้าวกล้อง เนื่องจากรสชาติที่อ่อนและอุดมด้วยประโยชน์ มีทั้งวิตามิน เกลือแร่ และโปรตีน วิธีการปรุงนั้นอาจจะตุ๋นให้เละก็ได้ แต่ฝรั่งเขามี trick นิดหน่อยนั่นคือ นำข้าวกล้องมาบดในเครื่องปั่นจนกลายเป็น Rice Powder แล้วเก็บใส่ขวดไว้ใช้ เวลาจะใช้ก็นำ Rice Powder ¼ ถ้วย ใสน้ำ 1-2 ถ้วย แล้วตั้งบนเตา หมั่นคนจนข้าวสุกทั่วกัน Rice Powder นี้ก็คือ Cereal ดีๆ นั่นเองค่ะ แถมเป็น Homemade Cereal ที่เราไม่ต้องกังวลเรื่องวัตถุดิบหรือกระบวนการผลิต เพราะทำเองกับมือ นอกจากใส่น้ำแล้ว จะดัดแปลงเป็นใส่นมหรือน้ำซุปก็ได้ค่ะ
  • ระหว่างผักและผลไม้ ควรให้ลูกเรียนรู้รสชาติของผักก่อน เนื่องจากว่าผลไม้นั้นมีรสหวาน ทานง่ายเป็นทุนอยู่แล้ว เมื่อเบบี๋ลองหม่ำผลไม้แล้วก็อาจจะติดในรสชาติหวานๆ นั้น พอมาลองทานผักทีหลังก็อาจจะทำให้หม่ำผักได้ยากขึ้น ส่วนมากจึงมักแนะนำให้เบบี๋หม่ำผักก่อนผลไม้
  • เมื่อให้เบบี๋ทำลองหม่ำอาหารเสริมนั้น ควรจะให้หม่ำอาหารเดิมๆ ซ้ำประมาณ 3-5 วัน (สี่วันกำลังเหมาะ) เพื่อดูว่าเบบี๋แพ้อาหารชนิดนั้นๆ หรือไม่ และมื้อที่ควรจะให้เบบี๋ลองทานอาหารเสริมคือ มื้อสาย มื้อเที่ยง หรือบ่ายต้นๆ เพราะถ้าเกิดเบบี๋แพ้จะได้สังเกตอาหารได้และนำส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที ถ้าเบบี๋หม่ำอาหารเสริมครบสี่วันแล้วไม่แพ้ก็เปลี่ยนชนิดของอาหารเสริมและใช้กฎเดิมนั่นคือ ให้หม่ำอาหารเดิมซ้ำประมาณ 3-5 วัน

รายชื่อผัก-ผลไม้ที่เหมาะกับเบบี๋วัย 6-8 เดือน
ผัก

  • มันเทศ – อุดมด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน โปแตสเซียม ทั้งยังมีวิตามินอี แคลเซียมและโฟเลตในปริมาณสูง
  • ถั่วแขก – เป็นหนึ่งในพืชผักที่ทำให้เกิดการแพ้ได้น้อยมากๆ ทั้งยังอุดมด้วยวิตามินเอ โปแตสเซียม แคลเซียม ฯลฯ
  • แครอต – สำหรับผักชนิดนี้นั้น เวลานึ่ง ‘ห้าม’ นำน้ำที่ได้จากการนึ่งไปใช้ต่อนะคะ เพราะในน้ำนั้นอาจจะมีไนเตรตตกค้างอยู่ ซึ่งเจ้าไนเตรตตัวนี้ถ้ามีในปริมาณมากจะทำให้เบบี๋เสียงที่จะเป็นโรค “บลู เบบี้ ซินโดรม” ซึ่งเกิดจากความสามารถในการถ่ายออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงในทารกลดลง
  • เมล็ดถั่วลันเตา – จะใช้แบบแช่แช็งก็ได้นะคะ และมี trick นิดหน่อยว่า ถ้าอยากให้เนื้อ puree เนียนๆ ก็ให้เอาถั่วที่นึ่งร้อนๆ ไปใส่น้ำน้ำเย็นแป๊บหนึ่งแล้วจึงนำมาปรุงต่อไป
  • ตำลึง – อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไนอาซิน วิตามินซีและอื่นๆ (อันนี้เสริมมาค่ะ เพราะตำลึงเป็นผักชนิดแรกๆ ที่พ่อแม่ให้เบบี๋หม่ำ เนื่องจากเป็นผักที่ไม่มีกลิ่นฉุน ทานง่าย)

(ตำราที่เสิร์ชมานั้นจะไม่แนะนำให้เบบี๋วัย 6-8 เดือนหม่ำผักใบเขียวจำพวก ผักโขม กะหล่ำ ฯลฯ เนื่องจากมีไนเตรตสูง โดยผักที่มีไนเตรตในปริมาณมากได้แก่ ผักโขม กะหล่ำ บล็อกโคลี่ แครอต เป็นต้น และในพืชหัวนั้นจะมีปริมาณไนเตรตน้อยกว่าผักใบเขียว ผักโชมนั้นจะมีปริมาณไนเตรตสูงขึ้นหากปรุงและเก็บรักษาไม่ถูกวิธี ฉะนั้นเวลาปรุงจึงไม่ควรนำน้ำที่ได้จากการนึ่งผักโขมไปเป็นส่วนผสม และวิธีการเก็บรักษาอาหารเสริมที่ปรุงจากผักโขมที่ดีที่สุดคือการแช่แข็ง)

ผลไม้

  • ฟักทอง – เวลานึ่งฟักทองนั้นไม่ควรใช้เวลานานนักเพราะจะทำให้เสียคุณค่าของอาหารไป ดังนั้นจึงควรหั่นฟักทองเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนนำไปนึ่งเพื่อให้สุกเร็วขึ้น
  • อะโวคาโด – เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สำหรับการพัฒนาสมองและโครงสร้างร่างกาย อุดมด้วยแร่ธาตุวิตามิน เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องนึ่งหรือทำให้สุก มี trick เล็กน้อยในการที่จะช่วยให้เนื้ออะโวคาโดที่ขูดแล้วไม่เป็นสีเหลือง นั่นก็คือให้หยดน้ำมะนาวลงในน้ำที่ใช้ล้างสักเล็กน้อย (trick นี้ใช้ได้กับผลไม้อย่างอื่น เช่น กล้วย แอปเปิ้ล แพร์ ค่ะ)
  • แอปเปิ้ล – เคยได้ยินไหมคะ…ที่เขาบอกว่าให้กินแอปเปิ้ลวันละผล นั่นก็เป็นเพราะแอปเปิ้ลมีประโยชน์ มีไฟเบอร์สูง ก่อนจะนำแอปเปิ้ลไปให้เบบี๋กินนั้น ควรนึ่งก่อน แต่ถ้าจะให้ได้รสชาติดีที่สุดลองนำไปอบดู กลิ่นและรสชาติของแอปเปิ้ลจะหอมหวานที่สุดเลยล่ะค่ะ
  • แอพริคอต – เป็นผลไม้ที่มีแบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และไลโซปีน สูง ถ้าหาแอพริคอตสดๆ ลำบากก็อาจใช้แอพริคอตแห้งแทนได้ค่ะ แต่ต้องระวังนิดหนึ่งคือ ควรเลือกแอพริคอตแห้งที่ไม่มีสารประกอบซัลเฟอร์ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เพราะเบบี๋บางคนอาจแพ้ซัลเฟอร์ และซัลเฟอร์นั้นมีปริมาณของโซเดียมสูง ถ้าใช้แอพริคอตแห้งมีวิธีการปรุงคือ ให้นำแอพริคอตแห้ง 1 ปอนด์ น้ำผลไม้เช่น องุ่นขาว หรือ แอปเปิ้ล 2 ถ้วย (ใช้น้ำเปล่าก็ได้นะคะแต่จะทำให้มีรสขมนิดๆ ซึ่งเบบี๋คงไม่ชอบ ถ้ากังวลที่จะให้เบบี๋กินน้ำผลไม้ล่ะก็ ให้ใช้อย่างละครึ่งก็ได้ค่ะ คือ น้ำ 1 ถ้วย น้ำผลไม้ 1 ถ้วย และถ้าบ้านไหนมีเครื่องแยกกากล่ะก็ ทำน้ำแอปเปิ้ลเองก็จะวิเศษสุดเลยค่ะ เพราะเบบี๋จะได้หม่ำน้ำผลไม้สดๆ) ใส่ทั้งสองอย่างลงในกระทำตั้งไฟจนเดือดแล้วเคี่ยวต่ออีก 15 นาทีจึงยกลง จากนั้นก็นำไปบดหรือปั่นและกรองต่อ น้ำที่ได้จากการเคี่ยวนั้นเก็บไว้ผสมตอนบดหรือปั่นนะคะ ถ้าใช้แอพริคอตสดก็จะมีวิธีทำง่ายกว่านั่นคือให้นำไปนึ่งหรืออบก่อนค่อยนำมาทำตามวิธีทำอาหารเบบี๋
  • กลัวย – ผลไม้ชนิดนี้คนไทยเรามักนิยมให้เบบี๋หม่ำกันมาแต่นมนาน และส่วนมากจะเป็นเมนูแรกๆ ที่ได้หม่ำกันเพราะบ้านเราหากล้วยได้ง่าย กล้วยที่นิยมนำมาให้เบบี๋รับประทานก็คือ กล้วยน้ำว้า เพราะเชื่อกันว่ามีสารอาหารมากกว่าชนิดอื่น แต่มีเคล็ดลับว่ากล้วยน้ำว้าที่นำมาให้เบบี๋หม่ำนั้นควรจะเป็นกล้วยที่สุกงอมเต็มที่ เพราะถ้ายังไม่สุกงอมจะทำให้เบบี๋ท้องอืดค่ะ กล้วยไม่ว่าชนิดไหน อุดมไปด้วยวิตามินโดยเฉพาะวิตามินบี6 บี12 วิตามินซี โปแตสเซียม และไฟเบอร์ กล้วยเป็นผลไม้อีกชนิดที่ไม่จำเป็นต้องนำไปนึ่งหรือทำให้สุกค่ะ
  • พีช – เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซี และเอ สูง รวมไปถึงไฟเบอร์ วิธ๊การปรุงก็เช่นเดียวกับ แอปเปิ้ล และแอพริคอต นั่นคือควรนำไปนึ่งหรืออบก่อนค่ะ
  • มะละกอ – ผลไม้อีกชนิดที่ไม่จำเป็นต้องนำไปนึ่งหรืออบนะคะ เพราะเนื้อค่อนข้างนิ่มเหลว มะละกอมีวิตามินซี เอ และอีสูง ทั้งยังมีไฟเบอร์และโฟลิกเอซิดด้วย
  • แพร์ – มีไฟเบอร์ โปแตสเซียม และวิตามินซีสูง แพร์ยังบรรเทาอาการท้องผูกในเบบี๋ด้วยนะคะ และดีสำหรับเบบี๋ที่มีอาการไหลย้อนของกรด แพร์มีรสชาติอ่อนๆ เหมาะกับการนำมาให้เบบี๋หม่ำที่สุดค่ะ ส่วนวิธีการปรุงก็เช่นเดียวกับแอปเปิ้ล แอพริคอต และพีช นั่นคือควรนำไปอบหรือนึ่งก่อน
  • มะม่วง – มีวิตามินเอ บี และซี สูง รวมไปถึงเหล็ก โปแตสเซียม และโปรตีน มะม่วงเป็นผลไม้อีกชนิดที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการทำให้สุกค่ะ เพียงแต่ควรจะยีผ่านกระชอนในกรณีที่ทำให้เบบี๋หม่ำเพราะมะม่วงบางชนิดมีเสี้ยนเยอะ

(สำหรับผลไม้นอกบางชนิดที่บอกไปนั้นถ้าหาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราก็ให้เบบี๋หม่ำผลไม้ที่หาได้ในบ้านเราก็พอ แต่ถ้ามีโอกาสเจอผลไม้เหล่านั้นในราคาพอซื้อหาได้ล่ะก็ ลองนำมาทำให้เบบี๋ทานเผื่อให้เบบี๋ได้ลิ้มรสชาติแปลกใหม่ จำได้ว่าตอนไปเชียงใหม่เจอพืชของโครงการหลวงขายราคาสมน้ำสมเนื้อไม่แพงนัก ส่วนส้มนั้นที่ยังไม่แนะนำให้เบบี๋วัย 6-8 เดือนหม่ำก็เพราะส้มเป็นผลไม้ที่มีกรดสูง แต่ถ้าหากอยากให้เบบี๋ได้รับวิตามินซีก็สามารถผสมน้ำส้มสักหนึ่งช้อนชาในกล้วยครูดก็ได้ หรือถ้าจะให้เบบี๋ดื่มน้ำส้มก็ให้เจือจางด้วยน้ำต้มสุกเสียก่อน)

ข้าวหรือธัญพืช

  • ข้าวกล้อง – อุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินเพราะยังไม่ได้ถูกขัดสีออกไป อย่างที่บอกไว้แต่ทีแรกว่าข้างกล้องเป็นอาหารชนิดแรกที่เหมาะให้เบบี๋หม่ำ โดยเราสามารถนำมาทำเป็น Homemade cereal ได้โดยการนำข้าวกล้องไปบดหรือปั่นด้วยเครื่องจนได้เป็นผงหรือ Rice powder แล้วเก็บใส่ขวดไว้ใช้ ส่วนวิธีการปรุงคือ นำน้ำ 1 ถ้วยใส่หม้อตั้งไฟจนเดือน เติมข้าวบดลงไป ¼ ถ้วย ราไฟแล้วต้มต่ออีก 10 นาที หมั่นคนเรื่อยๆ จนสุก จากนั้นก็เติมนมแม่/นมผสม หรือผลไม้บดตามชอบ


– – รูปที่ดำๆ มืดๆ หนูเอามือมาปิดกล้องจ๊ะ – –


Lilypie 1st Birthday  Ticker

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s