. . น า ง ฟ้ า ตั ว น้ อ ย . .

ในที่สุดก็ถึงวันที่คุณหมอนัดตรวจ U/S, NST มี๊ตื่นเต้นและนอนไม่หลับเล็กน้อย ก็อย่างที่เล่าไปในบล็อกก่อนว่ามี๊หวั่นเหลือเกินว่าคุณหมอจะให้แอดมิทเพื่อผ่าคลอดวันพฤหัส แต่ปรากฏว่าผิดคาดล่ะลูก <img src=http://www.bloggang.com/emo/emo8.gif>

มี๊ไปถึงโรงพยาบาลก่อนเวลา ก็เลยต้องนั่งรอให้ถึงเวลานัดตอน 8.30 น. เรซิเด้นท์ที่ประจำในห้องคลอดเป็นคนอัลตราซาวด์และตรวจมี๊ ผลออกมาก็อย่างที่มี๊รู้ๆ มาแล้วนั่นแหละลูก นั่นคือหนูตัวเล็ก (แต่ขายาวแฮะ) มี๊ถามถึงน้ำหนักของลูกก็ได้รับคำตอบว่าประมาณ 2,000-2,100 กรัม แอบโล่งใจนิดหน่อย  (ตอนแรกมี๊กลัวว่าหนูจะไม่ถึงสองพันล่ะลูก)

จากนั้นเรสซิเด้นท์ก็โทรบอกผลให้คุณหมอตุลย์ทราบ  คุณหมอคงถามอะไรมาสักอย่างเพราะเรสซิเด้นท์หันมาถามมี๊ว่าทานข้าวเช้ามาหรือเปล่า ทานอะไร และทานตอนกี่โมง ฟังคำถามนั้นแล้วมี๊เริ่มสังหรณ์แปลกๆ แต่ก็ตอบไปว่าทานนมมาหนึ่งกล่อง ขนมปังนิดหน่อย และก็ทานตอนเจ็ดโมงเช้า สักครู่หนึ่งคุณหมอตุลย์ก็มาที่ห้องคลอด

คุณหมอดูผลอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วก็หันไปบอกกับเรสซิเด้นท์และพยาบาลด้วยประโยคยาวๆ แต่มี๊ฟังรู้เรื่องอยู่สองคำ “แอดมิท” กับ “บ่ายๆ”

<img src=http://www.bloggang.com/emo/emo32.gif> โอ…หัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม เพราะไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน อุตส่าห์เตรียมใจว่าเป็นวันพรุ่งนี้ แต่ไหงมันเร็วกว่านั้นหว่า…

คุณหมอเดินออกจากห้องคลอด มี๊ได้ยินเสียงคุณหมอคุยแว่วๆ เข้ามา คุณหมอไปคุยกับแด๊ดของหนู หลังจากนั้นแด๊ดก็โผล่หน้าเข้ามา มี๊ก็เลยเดินไปหา บอกเสียงสั่นๆ ว่า “วันนี้” จากนั้นก็โทรบอกข่าวคราวให้คุณยายของหนูทราบ ตามด้วยเพื่อนๆ พี่น้องคนอื่น แล้วมี๊ก็ต้องกลับเข้าไปเพื่อเตรียมตัว…เปลี่ยนเสื้อผ้า สวนทวาร แล้วก็บวชชี <img src=http://www.bloggang.com/emo/emo29.gif> (เขินชะมัดเลยลูกเอ๋ย แต่อาศัยว่าพุงมันบัง มองไม่เห็น เลยทำไม่รู้ไม่ชี้) เขาเตรียมตัวมี๊เสร็จก็ให้มี๊ไปทำเรื่องเอกสาร เซ็นต์ชื่อเพื่อรับการทำหัตถการ แล้วก็จองห้อง จากนั้นก็ให้มี๊นั่งรอบนรถเข็น ตอนนี้ล่ะมี๊เริ่มใจไม่ดี กลัวๆ ยังไงไม่รู้

พักหนึ่งก็มีคนมาเข็นมี๊เข้าไปในห้องรอคลอด ตอนนี้มี๊เริ่มสงบสติอารมณ์ได้แล้ว คิดเสียว่าเดี๋ยวจะได้เห็นหน้าลูกแล้ว ใจมันก็เริ่มสงบขึ้น นอนหลับตานิ่งรอบนเตียง แต่ก็มีหวิวๆ เวลาได้ยินเสียงคนคุยกันข้างนอกทุกที เขาให้มี๊ปัสสาวะใส่ชามเพื่อเอาไปตรวจ แล้วก็ให้น้ำเกลือ ตอนนั้นประมาณเก้าโมงกว่าเกือบสิบโมงล่ะมั้ง พอเที่ยงกว่าๆ เขาก็ย้ายให้มี๊นอนบนเตียงรถเข็น แล้วก็จัดการบวชชีมี๊อีกรอบตรงบริเวณที่จะผ่า จากนั้นก็จะย้ายมี๊ไปห้องผ่าตัด

โฮๆๆ <img src=http://www.bloggang.com/emo/emo11.gif> ครั้งแรกในชีวิตเลยนะนี่ลูกจ๋า…ที่มี๊เข้าห้องผ่าตัด มี๊ไปนอนรอคิวอยู่ในห้องผ่าตัดประมาณครึ่งชั่วโมงได้ล่ะมั้ง เพราะมีคนก่อนหน้ากำลังผ่าคลอดเหมือนกัน ตอนนั้นจะว่ากลัว…มันก็ไม่เชิงนะ เหมือนทำใจแล้วล่ะว่ายังไงก็ต้องผ่า เพราะฉะนั้นมี๊ต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้

บ่ายโมงครึ่งกว่าๆ มี๊ก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด เพื่อให้หมอดมยาบล็อกหลัง ตอนนี้ล่ะคือตอนที่มี๊กลัวสุดๆ แต่ปรากฏว่ามันผิดคาดอีกแล้วลูก…มันไม่เจ็บอย่างที่มี๊กลัวแฮะ จะว่าไป…เจ็บน้อยกว่าตอนโดนแทงเข็มน้ำเกลืออีกล่ะลูก

จากนั้นก็เริ่มเตรียมการผ่าตัด ตอนแรกมี๊โดนปิดตาไว้ พอเขาเตรียมเสร็จก็เปิดตาก็เห็นมีผ้ามากั้นไม่ให้มี๊มองอะไรเห็น (มี๊ก็ไม่อยากเห็นเหมือนกันลูก กลัวเป็นลมทั้งที่บล็อกหลังนั่นล่ะ <img src=http://www.bloggang.com/emo/emo34.gif>)

ไม่นานคุณหมอตุลย์ก็มา การผ่าตัดก็เริ่มขึ้น มี๊ไม่รู้สึกอะไรเลยลูก ขนาดตอนเขาเอาตัวหนูออกมามี๊ยังไม่รู้เลย แต่ได้ยินเสียงหนูร้อง “แอ๊ะ” นิดหนึ่ง น้ำตามี๊แอบไหลไปหน่อยหนึ่ง คุณหมอตุลย์บอกว่าหนูเป็นลูกแม่…หน้าตาเหมือนแม่ (แต่ตอนหลังคนอื่นๆ ว่าหนูเหมือนแด๊ดมากกว่าล่ะ) จากนั้นหนูก็ร้องไห้จ้า ใครสักคนในห้องผ่าตัดบอกว่าหนูจมูกโด่งมากๆ มี๊นอนยิ้มอยู่บนเตียงผ่าตัด อยากจะร้องไห้แต่ไม่กล้าร้อง กลัวเดี๋ยวสะอึกสะอื้นแล้วจะกระเทือน มี๊รออยู่นานกว่าเขาจะเอาหนูมาให้มี๊เห็นหน้า…

แวบแรกที่เห็นหน้ามี๊บอกไม่ถูกลูกว่ารู้สึกยังไง…ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหน้าเล็กๆ แดงๆ ในห่อผ้านั่นคือหนู…คือลูกของมี๊ มี๊อยากอุ้มอยากจับหนู แต่มือสองข้างก็ถูกมัดไว้ มี๊เลยชะโงกหน้าไปหอมหนูหน่อยหนึ่ง แล้วเขาก็เอาตัวหนูไป เป็นแวบเดียวเท่านั้นที่มี๊ได้เห็นหนู แต่ภาพหนูก็ติดตามี๊เหลือเกิน

พอเขาเอาตัวหนูไปแล้ว มี๊ก็ยังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดอีกพักใหญ่ ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกับมี๊บ้าง แต่มี๊รู้สึกเหมืนมันแปลบๆ ตรงช่องอก แล้วมันก็หวิวๆ ไงไม่รู้ พอหมอดมยามาถามว่ามี๊เป็นไงบ้าง มี๊เลยบอกอาการให้คุณหมอฟัง ก็ได้รับคำตอบว่าเขากำลังทำอะไรกับลำไส้นี่แหละเลยทำให้รู้สึกอย่างนั้น สักพักคุณหมอตุลย์ก็ชะโงกหน้ามาบอกมี๊ว่า คุณหมอตัดถุงน้ำที่ลำไส้ออก แล้วก็ไส้ติ่ง (หูย…ไส้ติ่งมี๊มีอุจจาระอยู่ตั้งสี่ก้อนแน่ะ แค่ก้อนเดียวก็แย่แล้ว นี่สี่ก้อนไม่รู้อยู่มาได้ไง ไม่ยักไส้ติ่งแตก) พอคุณหมอเย็บแผลเสร็จ เขาก็ย้ายมี๊ไปที่ห้องพักฟื้นจากนั้นก็ย้ายขึ้นห้อง

แด๊ดของหนูรออยู่ (ที่นี่เขาไม่ให้แด๊ดเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วย แด๊ดเลยต้องรอข้างนอก) แด๊ดถามมี๋ว่าเป็นไงบ้าง แล้วก็ทำมือบอกว่าหนูตัวเล็กนิดเดียวเอง มี๊ได้แต่พยักหน้าแต่ยังไม่ได้คุยอะไรเพราะพอเข้าห้องคุณพยาบาลก็ปิดม่าน แล้วก็จัดการเนื้อตัวมี๊จนเรียบร้อย

เชื่อไหมลูก…มี๊เป็นคนผ่าตัดคลอดที่แทบจะไม่ได้พักเลยหลังจากที่ออกจากห้องผ่าตัด เพราะหลังจากนั้นก็มีโทรศัพท์เข้ามาตลอด คืนนั้นกว่าจะได้นอนก็ดึกกว่าเวลาที่คนไข้ควรต้องนอน แต่มี๊ไม่ยักเพลียแฮะ

ลูกสาวของมี๊เกิดวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2551 เวลา 14.00 น. มีน้ำหนักแรกคลอด 2,650 กรัม ตัวยาว 47.5 ซม. และได้คะแนนแอปการ์ 9″ 10″ มี๊กับแด๊ดตั้งชื่อหนูว่า “รัมภาภัค” มีความว่า…นางฟ้าผู้โชคดี

หนูจึงเป็นนางฟ้าตัวน้อยของมี๊ แด๊ด และทุกคนในครอบคัวเรานะลูก

<center>
<img src=’http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/KMD7D-0008-1.jpg’&gt;

<img src=’http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/KMD7D-0015-1.jpg’&gt;

<img src=’http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/KMD7D-0006-1.jpg’&gt;

<img src=’http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/KMD7D-0011-1.jpg’&gt;

<img src=’http://i40.photobucket.com/albums/e227/kitanjali/KMD7D-0002-1.jpg’&gt;
</center>

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s