. . คุ ณ แ ม่ มื อ ใ ห ม่ … เ ริ่ ม ที่ ก า ร อ่ า น . .

ตามประสาของคนที่จะเป็นแม่ โดยเฉพาะคนที่กำลังจะเป็นแม่มือใหม่ด้วยแล้ว ย่อมต้องหาตำหรับตำราต่างๆ มาอ่านเพื่อพอกพูนความรู้ ทั้งในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย การก่อกำเนิดชีวิตเล็ก ตลอดไปจนถึงการดูแลตระเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเป็นแม่

เราเองก็เช่นกัน ตั้งแต่แรกที่เริ่มรู้ตัวก็ไปเมียงๆ มองๆ หนังสือหนังสือไว้หลายเล่ม เพื่อจะเอามาอ่าน แรกๆ นั้นแอบๆ ไปดูค่ะ กลัวว่าที่คุณพ่อเห็นแล้วจะหัวเราะเยาะ เพราะตอนนั้นยังไม่เทสต์ไง (เขาว่าเราบ้าเห่อ ชิเชอะ) พอไปร้านหนังสือก็แอบไปยืนๆ เหล่ๆ อ่านอยู่คนเดียว

จนกระทั่งถึงวันที่รู้ตัว ก็คิดว่า “เอาล่ะ วันไหนไปร้านหนังสืออีก จะไปสอยตำราคุณแม่มาอ่านสักเล่มสองเล่มล่ะวะ”

แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็ได้เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนซึ่งเห่อและตื่นเต้นกว่าเรา เพราะพอโทรไปบอกเธอตอนบ่าย ตกเย็นเธอก็แจ้นไปร้านหนังสือและขนซื้อตำรามาให้สามเล่ม นั่นยังไม่พอ เธอบอกว่ามันยังไม่หนำใจ รุ่งขึ้นเธอไปขนซื้อให้อีกสามเล่ม รวมทั้งหมดหกเล่ม แล้วส่งไปรษณีย์มาให้ (พอดีเธออยู่สุราษฎร์โน่นแน่ะค่ะ)

เมื่อหนังสือมาถึงเราก็ไม่เป็นอันทำอะไรค่ะ เปิดอ่านมันทุกเล่มแบบผ่านๆ ไปก่อน แล้วก็หยิบเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่าน คือ…“คู่มือแม่ตั้งครรภ์คุณภาพ” ของหมอชาวบ้าน เราข้ามไปอ่านตอนที่ ๒ ก่อน เพราะเป็นส่วนของการกล่าวถึงอาการในแต่ละเดือน และการเจริญเติบโตของเด็ก เพราะอยากรู้ว่าตอนนี้ลูกตัวโตแค่ไหน

เขาบอกว่า ปลายเดือนแรกของการตั้งครรภ์นั้น ตัวอ่อนมีขนาดเท่ากับเมล็ดข้าว รูปร่างคล้ายตัวอ๊อด และอีกสองสัปดาห์ต่อมาจึงจะมีการพัฒนาของเนื้อเยื่อระบบประสาท (ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสมองและไขสันหลัง) หัวใจ ทางเดินอาหาร อวัยวะรับสัมผัส และสุดท้ายคือ แขนและขา

ดังนั้นในช่วงเวลานี้เองที่คุณแม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีโฟเลท หรือกรดโฟลิคในปริมาณที่พอเหมาะ นั่นก็คือ ๕๐๐ ไมโครกรัมต่อวัน อาหารที่มีโฟลิค หรือโฟเลทมากก็ได้แก่ จมูกข้าวสาลี, ข้าวสาลี, ถั่วเปลือกแข็ง, ตับหมู, ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม, เมล็ดถั่วอื่นๆ, ขนมปังจากข้าวไม่ขัดสี, ไข่, ปลา, กล้วย และมันฝรั่ง

ฉะนั้นคุณแม่เพิ่งตั้งครรภ์ในระยะสามเดือนแรกสามารถเลือกทานอาหารเหล่านี้ได้เลยค่ะ เพราะว่าเป็นช่วงสำคัญที่ตัวอ่อนกำลังจะสร้างสมองและไขสันหลัง ซึ่งเจ้าโฟเลทนี่แหละมีส่วนอย่างมาก

แต่มีข้อควรระวังนิดหนึ่ง คือ ความร้อนมีทำลายโฟลิคหรือโฟเลทได้ ฉะนั้นเวลาผัดผักจึงไม่ควรผัดให้นานจนเกินไป เช่นเดียวกับการเก็บผักไว้นานๆ ซึ่งจะทำให้ด้อยคุณค่าลงไปค่ะ

อีกข้อหนึ่งที่ควรระวังคือ…ตับหมูนั้น นอกจากจะมีโฟลิคหรือโฟเลทสูงแล้ว ยังอุดมด้วยวิตามินเอซึ่งเป็นอันตรายสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์อ่อนค่ะ (แต่ไม่ใช่ว่าทานไม่ได้นะคะ ทานได้ แต่ไม่ใช่ว่าทานทุกวันทุกมื้อ) เนื่องจากวิตามินเอนั้น เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันถ้ากินมากเกินไปจะทำให้เกิดความผิดปกติในเด็กได้ เพราะฉะนั้นคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายระมัดระวังกันสักนิดนะคะ ก่อนจะทานอะไร

เอาล่ะแค่นี้ก่อนดีกว่าค่ะ…ชักจะเป็นวิชาการเข้าไปทุกทีแล้วล่ะค่ะ


ปล. ขอบคุณน้าปลั๊กสุดสวยนะคะ ที่ซื้อตำรามาให้คุณแม่อ่าน…จากใจ เจ้าตัวเล็ก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s